แนวโน้มอุตสาหกรรมการผลิตในปี 2025
Post Date : 20 February 2025
อุตสาหกรรมการผลิตในปี 2025 ต้องมีการปรับตัวต่อความท้าทายจากรอบด้านทั้งในเรื่องของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและซัพพลายเชน การขาดแคลนแรงงาน รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับแนวโน้มสำคัญและมุมมองที่ต้องจับตาในปี 2025 ตามรายงานของ Deloitte ไว้ดังนี้
ในส่วนของ #ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติจะถูกนำมาใช้ในหลากหลายด้านเพื่อยกระดับการผลิต อาทิ
#การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ ที่มีการนำ AI เข้ามาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องจักรเพื่อตรวจสอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการซ่อมบำรุง
#การตรวจสอบคุณภาพ ด้วย AI จะใช้การตรวจจับด้วยภาพ เพื่อค้นหาจุดบกพร่องหรือของเสียได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วกว่าการตรวจสอบด้วยมนุษย์
#การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ (Generative Design) การนำ AI เข้ามาช่วยยกระดับการออกแบบจะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดการออกแบบ การสำรวจทางเลือกที่หลากหลาย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และแนวทางการลดต้นทุน
#การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เทคโนโลยี AI สามารถนำเสนอแนวทางในการปรับการใช้ทรัพยากร ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการใช้พลังงาน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืน
ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านสู่ #โรงงานอัจฉริยะและ #อุตสาหกรรม 4.0 ก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
#IoT เชิงอุตสาหกรรม (IIoT) และอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อได้ สามารถให้ข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับกระบวนการผลิต เพิ่มความสามารถในการตรวจสอบและควบคุม
#Digital Twins (ฝาแฝดดิจิทัล) ที่แสดงข้อมูลเสมือนของเครื่องจักรและกระบวนการผลิตในโลกจริง ช่วยให้สามารถจำลองและเพิ่มประสิทธิภาพก่อนการนำไปประยุกต์ใช้งานจริง
#แพลตฟอร์มคลาวด์ ช่วยยกระดับศักยภาพในการประมวลผลและขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ทำให้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปแบบ Real-time และเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างพันธมิตร
ประเด็น #ด้านความยั่งยืน เป็นอีกส่วนที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในปี 2025
ผู้ผลิตกำลังหาแนวทางการปฎิบัติเพื่อมุ่งสู่ Circular Economy ที่เน้นการลดของเสีย การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และยืดอายุผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ การนำแหล่งพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในขั้นตอนการผลิตมากขึ้น การให้ความสำคัญในการจัดหาวัสดุจากซัพพลายเออร์ที่ยั่งยืนและมีจริยธรรม เนื่องจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ซัพพลายเชนในปี 2025 จะเน้นเรื่องความยืดหยุ่นและการกระจายความเสี่ยง บริษัทจะลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียว จะมีการกระจายฐานการผลิตไปใกล้ตลาดหรือกระจายไปในแต่ละภายในภูมิภาคเพื่อลดต้นทุนการขนส่งและระยะเวลาดำเนินการ จะมีการการปรับระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสมเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการผลิตภัณฑ์และต้นทุนของการจัดเก็บวัตถุดิบ จะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการติดตามตั้งแต่วัตถุดิบถึงสินค้าสำเร็จรูป
ในเรื่องของ #กำลังคน ภาคการผลิตต้องให้ความสำคัญกับ #การพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อให้พนักงานมีทักษะที่เหมาะสมกับการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงและปรับตัวให้เข้ากับบทบาทงานที่เปลี่ยนแปลงไป องค์กรจะต้องมีการปรับโครงสร้างเพื่อดึงดูดแรงงานรุ่นใหม่และ Talent เข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิต พร้อมการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและการเสนอผลประโยชน์ที่แข่งขันได้เพื่อรักษาแรงงานทักษะสูง
Deloitte คาดการณ์ว่าจะมีการการฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจ องค์กรจะประสบความสำเร็จด้วยการพัฒนานวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ต้องมีการการลงทุนในด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบสนองคววามต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาด
ที่มา:
2025 Manufacturing Industry Outlook (Deloitte.com)